2007/May/08

แต่มีอยู่เรื่องนึงที่ฉันเก็บมานานแล้ว คนที่รู้ก็จะมีแค่เนตรเพื่อนของฉัน แล้วก็พัชซึ่งเป็นน้องที่เป็น ลูกพี่ลูกน้องกับฉันเอง เรื่องที่ว่าก็คือ ฉันไปแอบปลื้มรุ่นพี่อยู่คนนึง พี่แกชื่อ เชน ซึ่งบ้านก็อยู่ห่างไปประมาณ 5- 6 หลัง ฉันจะต้องผ่านบ้านพี่เชนทุกวันเพราะเป็นทางผ่านไปตลาด ฉันก็จะเห็นพี่เชนอยู่บ่อยๆ แต่ฉันก็แค่แอบมองเท่านั้นแหละ พี่เชนแกก็ไม่ได้รู้ตัวอะไรด้วย เพราะพี่แกไม่เคยจะเหลียวมามองฉันสักนิด ฉันก็ดีใจเป็นบ้าอยู่คนเดียวที่ได้เห็นพี่แก ตอนที่ฉันอยู่ ม.4 พี่แกก็เรียนปวส.ปี 2แล้ว ความสัมพันธ์ของฉันกับพี่เชนไม่ได้มีอะไรไปมากกว่าลูกของเพื่อนแม่เลย ก็จะให้ฉันทำอะไรได้หละ ก็พี่แกเล่นไม่เคยมองฉันเลย แล้ววันนึงฉันก็ได้รวมรวมความกล้าที่จะหน้าด้านโทรไปหาพี่เชน

สวัสดีค่ะพี่เชน ดัดเสียงซะน่าเกลียดเลย กลัวพี่แกจะจำเสียงได้ ทั้งๆที่ไม่เคยพูดกันเลย

สวัสดีครับ ใครเหรอครับ ขอบอกว่าฉันตื่นเต้นมากๆเลย

คือ..ขอไม่บอกชื่อนะคะ แต่พี่รู้จักอยู่แล้วหละ ก็ไม่กล้าอ่ะ ถ้าบอกไปแล้วฉันจะผ่านบ้านพี่แกได้ยังไงหละ

ก็ได้ครับ พี่แกก็เล่นไม่ตื้อหน่อยเลยอ่ะ ไม่บอกก็ไม่รู้ก็ได้ อะไรประมาณนี้เลย ไอ้เราก็ถ้าตื้อหน่อยก็บอกไปแล้ว

แล้วฉันก็ถามอะไรพี่แกเรื่อยเปื่อย ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องไร้สาระ แล้วพอฉันคิดอะไรไม่ออกแล้ว ก็เลยวางไป พอวางแล้วฉันก็ถอนหายใจเหือกใหญ่เลย ก็มันโล่งอกนี่ ตื่นเต้นแทบแย่ วันนั้นทั้งวันฉันก็ได้แต่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว ก็มันดีใจนี่ที่ได้คุยกับพี่เชนสักที แต่ว่าหลังจากวันนั้นมาฉันก็ไม่ได้โทรหาพี่แกอีกเลย ความจริงกะว่าจะเอาเบอร์บ้านโทรไป ความกลัวมันก็เกิดขึ้นมาว่าถ้าโทรศัพท์บ้านพี่แกโชว์เบอร์จะทำยังไง เบอร์มือถือก็ไม่รู้ ฉันก็เลยไม่ได้โทรหาพี่เชนอีกเลย แล้วทุกอย่างมันก็ต้องยุติลงเพราะว่าความกลัวของฉันเอง

ฉันก็ได้แต่เรียนไปตามปกติ จะว่าฉันลืมเรื่องพี่เชนแล้วก็ว่าได้ แล้วฉันก็บังเอิญได้เป็นแฟนกับเพื่อนของยัยพัชน้องของฉัน มันชื่อกอน แต่ว่ามันเป็นทอมนะ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่ารสนิยมฉันมันเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ฉันก็ยังไม่เข้าใจ ถ้าว่าไปฉันก็รู้สึกกับมันเหมือนผู้ชายคนนึงนะ แต่ว่าความรู้สึกมันเหมือนว่าจะผูกพันมากกว่าเพราะฉันไม่ต้องคอยมาระวังตัวเองตลอดเหมือนเวลาคบกับผู้ชาย เพราะรู้สึกว่ามันน่าจะปลอดภัยกว่า ฉันกับกอนจะเรียกว่าแฟนกันก็เหมือนไม่ใช่ เพราะว่าวันๆนึงเราแทบไม่ได้คุยกันเลย บางทีฉันยังคิดเลยนะว่ากอนไม่ได้รักฉัน แต่ฉันก็พยายามที่จะเลิกคิด เพราะอะไรนะเหรอ ก็เพราะฉันรักมันไงหละ ฉันคบกับกอนตอนที่ฉันอยู่ม.4 เทอมต้น ส่วนกอนอยู่ ม.3 กอนเรียนเก่งมากเลยนะ นิสัยก็ดี แต่เสียอยู่อย่างคือไม่ชอบแสดงอาการอะไรให้ใครเห็นง่ายๆนอกจากเวลาโมโห ตลอดเวลาที่ฉันคบกับกอนมีแค่ช่วงเวลาเดียวเท่านั้นที่เป็นความทรงจำของฉันมาจนถึงวันนี้ ก็คือวันกีฬาสีไง ฉันกับกอนอยู่คนละสีกัน กอนต้องลงแข่งกีฬา ซึ่งกีฬานั้นก็คือวิ่ง แล้วกอนก็เลือกที่จะวิ่งที่มันระยะทางไกลๆเพราะกอนค่อนข้างจะแข็งแรง ช่วงซ้อมฉันจะหนีจากสีตัวเองอยู่บ่อยๆเพื่อที่จะมาดูกอนซ้อมวิ่ง ฉันก็มากับเพื่อนนี่แหละ ก็ยัยอังนี่ซิ มันนะเป็นคนชวนฉันหนีมาเลย มันตั้งใจจะมาดูเด็กของมันเหมือนกัน ก็น้องส้มเค้าก็เป็นนักกีฬาแหมือนกันนี่ แล้วดันมาชื่อเดียวกันกับฉันด้วย ช่วงซ้อมกอนไม่เคยเดินมาหาฉันเลย ไม่เคยทักสักคำด้วยซ้ำ เราเหมือนคนไม่รู้จักกัน จนเพื่อนฉันจะถามอยู่เสมอว่าแกเป็นแฟนกันจริงรึป่าวว่ะ ฉันก็ตอบปัดๆไปเสมอว่าคงเป็นมั้ง แล้วแต่มัน บางทีฉันก็หงุดหงิดกับการกระทำของกอน แต่นานๆไปฉันก็เริ่มชิน พอถึงวันกีฬาจริงๆ กอนมีแข่งตอนบ่าย ตอนเช้าฉันเลยไปนั่งอยู่แถวๆพวกนักกีฬาเพื่อไปเป็นกำลังใจให้กอน แล้วฉัน กอน ยัยอัง แล้วก็รุ่นน้องอีกคนนึงซึ่งเป็นนักกีฬาเหมือนกัน ก็นั่งอยู่บริเวณนั้นตั้งแต่เช้าไม่ได้ไปไหนเลย ส่วนกอนกับฉันนะเหรอ อิอิ พูดแล้วเขิน ก็กอนมันมานอนตักฉันนะซิ ฉันก็ให้นอนนะคงไม่น่าเกลียดมั้งเพราะมันก็เป็นผู้หญิง มันนอนนานทีเดียวแหละ ก็หลับเลยอ่ะ ไอ้ฉันก็เมื่อยนะแต่ก็ดีใจที่กอนมานอนตัก กอนนอนไปจนใกล้ถึงเวลาแข่งฉันก็ปลุกกอนให้มาวอร์มร่างกาย แต่ทำยังไงกอนก็ไม่ยอมลุก แล้วฉันจะทำยังไงหละ ก็ต้องปล่อยให้กอนนอนต่อไปเรื่อยๆ พอใกล้แข่งจริงๆแล้วกอนถึงลุกมาวอร์มร่างกาย วอร์มได้ประมาณ 10 นาทีก็ลงแข่งเลย โห รู้มั้ยฉันลุ้นแทบแย่ ไปยืนติดสนามเลย อีกใจก็กลัวกอนจะวิ่งไม่ไหวเพราะว่ามันไกลมากเลยเกือบๆกิโลได้เลยมั้ง แต่กอนก็ได้ที่ 3 เห็นมั้ยกอนของฉันเก่งที่สุด แต่จากสภาพแล้ว ฉันไม่อยากให้กอนวิ่งต่อเลย พอเข้าเส้นชัยกอนก็ล้มลงทันทีเลย ฉันหละใจหายหวาบ หน้ากอนซีดมากเหมือนจะเป็นลม ส่วนฉันตอนนี้นะเหรอ ร้องไห้หนะซิ มันร้องเองอ่ะ พยายามจะไม่ร้องแล้วนะแต่มันห้ามไม่ได้แล้วอยู่ดีๆกอนก็ปวดท้อง ปวดแบบว่าทุรนทุรายมาก ฉันเห็นแบบนั้นก็ร้องไห้หนักเข้าไปใหญ่เลย พวกพี่ๆก็พากอนไปห้องพยาบาลซึ่งฉันก็ตามไปด้วย ฉันพูดกับกอนตลอดทางที่ไปเลย ฉันเห็นกอนแล้วฉันอดสงสารไม่ได้ ฉันใจไม่แข็งพอที่จะดูแฟนของตัวเองนอนทุรนทุรายโดยที่ไม่ร้องไห้ ฉันพูดกับกอนตลอดเลยว่าให้ลืมตา ลืมตามามองเค้าซิ กอนอย่าหลับตาซิ เสียงฉันก็ร้องไห้ไปด้วย แต่กอนก็ยังคงหลับตานอนดิ้นทุรนทุรายอยู่อย่างนั้นพร้อมทั้งกอนก็ร้องไห้เพราะความเจ็บปวดไปด้วย แล้วอาจารย์ก็เข้ามาไล่พวกเราออกไป ฉันไม่อยากออกไปเลย อยากจะคอยดูแลกอน แต่ฉันก็ต้องออกไป พอออกมาเพื่อนๆฉันยืนรออยู่แล้วฉันวิ่งเข้าไปกอดเพื่อนแล้วก็ปล่อยโฮออกมา

ฮือ.อึก..กอนทรมานมากเลย ฮือ.. ฉันพูดพลางร้องไห้กับเพื่อน

ฉันไม่เคยร้องไห้ต่อหน้าใครเยอะแบบนี้เลย แต่ตอนนั้นไม่ว่าจะมีอะไรฉันก็ไม่สนแล้ว ก็คนมันทำใจไม่ได้อ่ะที่เห็นแฟนตัวเองต้องมานอนเจ็บปวดทุรนทุราย

ไม่เป็นไรนะส้ม เดี๋ยวกอนก็หายแล้ว คงเพราะเหนื่อยมากเกินไป หรืออาจเป็นแค่ตะคริวก็ได้นะ เพื่อนฉันนี่เข้าใจคิดนะ เป็นตะคริวที่ไหนจะเจ็บปวดขนาดนี้ หรืออาจจะเป็นจริงๆ อันนี้ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน

แล้วฉันก็ไปนั่งกับยัยอังที่เพิ่งเลิกร้องไห้จากเด็กของมันมาเหมือนกัน ก็อีหรอบเดิม เหนื่อยมากเกินไป แต่ของมันยังดีไม่เป็นอะไรมาก ยังไม่ต้องเข้าห้องพยาบาล ระหว่างที่ฉันนั่งอยู่ตรงนั้นฉันก็คิดถึงแต่กอน กลัวว่ากอนยังไม่หายปวด แต่ฉันก็ได้แต่นั่งรอให้กอนออกมา เพราะห้องพยาบาลเป็นห้องที่น่ากลัวมาก แทบไม่มีใครอยากป่วยเลยนะซิ แล้วประมาณชั่วโมงกว่าๆกอนก็เดินออกมาด้วยอาการปกติ ฉันหละดีใจจนแทบจะเค้าไปกอดกอนเลยแต่ก็ต้องยั้งตัวเองไว้หน่อย แล้วฉันกับกอนก็ไปนั่งกันที่เดิม

เมื่อกี้ตอนอยู่ในห้องพยาบาลเสียงใครร้องไห้เหรอ กอนเหลือบตามาถามฉันเหมือนรู้

ไม่มี้ ใครเหรอ ไม่เห็นจะมีใครร้องไห้เลย ฉันก็อายนะ ไม่มีทางหรอกที่จะบอกว่าฉันนี่แหละที่เป็นยัยบ้าร้องไห้อยู่คนเดียว

งั้นเหรอ ก็ดี นึกว่าส้มร้องซะอีก แล้วยังบอกให้เค้าลืมตาด้วยนะ ใครมันพูดว่ะเนี่ย ฉันก็ได้แต่ทำหน้าทำตาประหลาดเหมือนไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น ก็มันอายนี่นา

คงเป็นเพื่อนกอนละมั้ง เค้าเห็นเพื่อนกอนเข้าไปหากอนเต็มเลย

จริงเหรอ ใครหว่า

จริงซิ ฉันยังคงสตอเบอรี่ไปเรื่อย แล้วเราก็แยกย้ายกับกลับบ้านไป

วันรุ่งขึ้น วันนี้กอนไม่มีแข่งแล้ว เราก็เลยไม่รู้จะไปไหนกัน กอนก็เลยพาฉันไปดูเพื่อนกอนซ้อมหรีดก่อนที่จะแข่ง ขอบอกว่าสวยมาก แต่ซ้อมกันนานเลย จนฉันหนะหลับไปตั้งกี่รอบก็ไม่รู้ แต่หลับบนไหล่กอนนะ พอฉันตื่นกอนก็จะหลับต่อ เป็นอยู่อย่างนี้ประมาณครึ่งวันเห็นจะได้ ก็ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนอ่ะ ขี้เกียจดูกีฬา แล้วพอบ่ายกว่าๆฝนก็ตก คราวนี้หละซวยกันทั่วหน้า ก็เพราะว่าหรีดโชว์ตอนบ่ายไง เป็นอะไรที่อลังการมากเลยนะแต่ฝนดันมาตกซะนี่ แต่ด้วยสปิริตอันแรงกล้าบวกกับเสียดายเวลาที่ซ้อมมา หรีดทุกสีเลยพร้อมใจกันที่จะแสดงกลางสายฝน แต่ดีนะที่ตกไม่หนัก ไม่งั้นคงไม่กล้าหรอก ส่วนคนดูหนะเหรอ บ้างก็ยืนตากฝนดู บ้างก็ยืนดูบนอาคารเรียน ส่วนฉันกับกอนก็ยืนอยู่ข้างล่างนี่แหละ แต่ใช้เสื้อกันหนาวคลุมกันฝนไว้ อยู่ในเสื้อตัวเดียวกันด้วยนะ โรแมนติกจัง แล้วขอบอกเลยว่าหรีดแสดงได้ดีมากๆ ถึงแม้จะมีอุปสรรคอย่างเช่นฝนเล็กน้อย แต่ว่าทุกคนโชว์ได้ยอดเยี่ยม สมกับที่ไปยืนตากฝนดูเลย และแล้วกีฬาสีปีนี้ก็จบลง พร้อมกับความใกล้ชิดของฉันกับกอน เพราะว่าหลังจากวันกีฬาสีแล้วฉันกับกอนก็กลับมาเป็นคนไม่รู้จักกันเหมือนเดิม ฉันก็ไม่ได้คิดมากหรอกนะ คงเพราะว่ากอนเป็นแบบนี้มาตลอดฉันก็เลยชิน

วันปิดภาคเรียน ฉันก็จบม.4ด้วยเกรดเฉลี่ยที่ลดลงแบบที่ว่าไม่น่าให้อภัย ส่วนเกรดของกอนนะเหรอก็พุ่งขึ้นแบบน่าตกใจนะซิ กอนจบม.3แล้วจะไปต่ออีกโรงเรียนนึงเป็นโรงเรียนชายแต่ว่าจะรับนักเรียนช่วงม.ปลาย ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมกอนถึงอยากไปเรียนโรงเรียนนั้น แต่เห็นบ่นๆอยู่ว่าเบื่อโรงเรียนนี้ เพราะเหตุนี้เองที่ทำให้ฉันกับกอนต้องอยู่คนละโรงเรียน แล้วความสัมพันธ์มันก็ยิ่งห่างกันออกไปอีก ช่วงที่เรียนนั้นกอนก็จะมาหาฉันที่ที่ฉันรอรถ นานๆมาทีขอบอกว่านานๆจริงๆ แล้วมาเราก็ไม่ได้ คุยอะไรกัน ฉันรู้สึกว่ากอนเปลี่ยนไปมากกอนดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากแล้วอีกอย่างที่ฉันตกใจก็คือ เพื่อนฉันมันบอกว่าเห็นกอนถักเปียสองข้างเดินอยู่โลตัส ฉันหละตกใจมากๆเลย แล้ววันนี้ดันมาเห็นกอนไว้ผมยาวอีก ฉันก็เริ่มทำใจแล้วหละว่ากอนอาจจะกลายเป็นผู้หญิงเข้าสักวัน แล้ววันนั้นมันก็มาถึง

พี่ส้ม พี่เลิกกับไอ้กอนรึยังอ่ะ พัชน้องฉันถามขึ้น

ยัง แต่ก็ไม่ได้คุยกันนานแล้ว ฉันตอบแบบไม่ได้สงสัยอะไรเพราะพัชคงอยากรู้ว่าเพื่อนมันเป็นยังไงบ้าง

แต่ไอ้กอนมันมีแฟนใหม่แล้วนะ พัชบอกฉันเหมือนว่าฉันจะไม่รู้สึกอะไรกับคำนี้

จริงเหรอ ผู้หญิงหรือผู้ชาย ฉันถามพัชแบบหน้ายิ้มๆทำเหมือนว่าตื่นเต้นดีใจทีไอ้กอนมันมีแฟนใหม่

ผู้ชาย รวยด้วย แล้วจะบอกทำไมว่ารวยเนี่ย

เหรอ ต้องโทรไปถามสักหน่อยแล้วว่าเป็นใคร ฉันตอบเรียบๆเหมือนว่าไม่รู้สึกอะไร

แล้วคืนนั้นฉันก็ไม่เป็นตาทำอะไรเลยเอาแต่ร้องไห้ นี่ฉันว่าฉันไม่ได้เสียใจแล้วนะ แต่ทำไมน้ำตามันไหลหละ แล้วแล้วฉันจะทำยังไงต่อไป ทำไมกอนไม่บอกเราทำไมต้องให้เรารู้จากคนอื่น วันนั้นเป็นวันเกิดของฉันพอดี แทนที่ฉันจะได้รับข่าวดี สิ่งดีๆกลับต้องมารู้ว่าแฟนตัวเองมีแฟนใหม่แถมเป็นผู้ชายอีก ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย แล้วพอฉันเริ่มทำใจได้ฉันก็โทรไปหากอน

สวัสดี เป็นไงบ้างสบายดีรึป่าว กอนทักฉันเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

อืม ก็สบายดี ฉันก็ตอบแบบเรียบพยายามไม่ให้กอนจับได้ว่าร้องไห้

happy birthday นะ ดีนะที่กอนยังจำวันเกิดฉันได้

กอน เค้ามีอะไรจะถาม

ตอนนี้กอนมีคนใหม่แล้วใช่มั้ย

ส้มไปรู้มาจากใคร ยังจะมีน่ามาถามอีกว่ารู้มาจากใคร ต้องให้ฉันไปเห็นเองใช่มั้ย

ใครก็ช่างเหอะ แล้วกอนมีแฟนใหม่แล้วใช่มั้ยหละ

ก็ใช่

แล้วกอนก็เงียบ ส่วนฉันก็ร้องไห้นะซิ แต่กอนคงไม่รู้หรอก

ทำไมกอนไม่บอกเค้าหละ เมื่อฉันเริ่มทำใจได้ก็ถามต่อเพื่อจะได้จบๆกันไปซะที

ก็กะว่าจะบอกแต่ไม่รู้จะบอกยังไง

แล้วแฟนกอนเป็นผู้ชายใช่ป่ะ

อืม แล้วฉันก็ร้องไห้อีกรอบ ทำไมต้องร้องด้วยเนี่ย

งั้นเราก็เลิกกันแล้วนะ ฉันพูดทั้งๆที่ยังร้องไห้อยู่

.. กอนไม่พูดอะไร คงรู้สึกผิดละมั้ง

งั้น แค่นี้นะกอน บายจ๊ะ ฉันพูดขึ้นเพราะทนไม่ไหวแล้ว ฉันคงต้องร้องไห้จนกอนรู้แน่ๆเลย ฉันไม่อยากให้ใครรู้ทั้งนั้นว่าฉันโดนหลอก ฉันทนไม่ได้หรอกนะที่จะเป็นฝ่ายถูกทิ้ง

ฉันปล่อยให้ตัวเองร้องไห้อยู่อย่างนั้น ฉันอยากจะร้องให้มันจบๆไปซะวันนี้ ฉันจะร้องไห้แค่วันนี้วันเดียว ฉันจะไม่เสียน้ำตาอีกต่อไป

วันรุ่งขึ้น ฉันทำใจได้แล้ว คงจะได้จริงๆแล้วซินะเพราะว่าฉันกลับมาร่าเริงเหมือนเดิมแล้ว ฉันไม่ได้คิดถึงกอนอีกแล้ว ฉันยังไม่อยากเชื่อเลยว่าฉันจะทำใจได้เร็วขนาดนี้ คงเป็นเพราะว่า ฉันกับกอนไม่ได้ผูกพันกันมาก ฉันเลยไม่ค่อยมีความทรงจำเกี่ยวกับกอนสักเท่าไหร่ งั้นวันนี้ฉันก็เป็นโสดแล้วหนะซิ เย้ๆๆ สาวโสด ฉันพูดคำนี้ได้เต็มปากเลย แล้วต่อไปฉันจะคิดถึงใครหละ ไม่เป็นไรก็คิดถึงตัวเองไงหละ
edit @ 2007/05/08 20:50:27
edit @ 2007/05/08 21:04:48

2007/May/07

อืมมมม รู้แล้ว แป๊บนึง นี่แหละ คือเสียงที่ฉันจะพูดอยู่ทุกๆเช้า

รู้แล้วก็ลุกซิ และนี่ ก็คือเสียงแม่ของฉันเอง

บ้านเราจะมีเสียงดังๆแบบนี้ทุกเช้า ก็เพราะความที่ฉันเป็นคนขี้เซาไงหละ แล้วต่อไปแม่ก็จะสั่งงานไว้ให้ฉันทำนู้นทำนี่ไปเรื่อย แล้วแม่ก็จะไปทำงาน ขอบอกก่อนว่างานของแม่ฉันเนี่ยต้องรีบไปทำแต่เช้า แล้วก็จะเข้าบ้านมาตอนสายๆมาทำงานที่บ้านต่อ เห็นมั้ยหละ เป็นแม่ตัวอย่างได้เลยนะเนี่ย ส่วนงานของฉันนะเหรอ ก็เช่น ทำกับข้าว กวาดบ้าน แต่ไม่ค่อยถู บางทีก็ซักผ้า เวลาก็แสนจะเหลือเฝือ เพราะแม่จะเข้ามาสายๆ ฉันนะเหรอก็อยากจะนอนอยู่ตลอดเวลา เวลาส่วนใหญ่ที่แม่สั่งให้ฉันทำงานก็เลยกลายมาเป็นเวลานอนของฉันตลอด

ฉัน.ก็เป็นนักเรียนคนนึงที่มีเพื่อนๆมากมายรวมทั้งเพื่อนผู้ชายด้วย ฉันอุตส่าห์ได้เป็นตั้งหัวหน้าห้องเลยนะ แต่ตำแหน่งนี้มันไม่ได้ทำให้เพื่อนๆผู้ชายของฉันเกรงใจฉันเลยสักนิด ฉันจะเป็นคนที่โดนแกล้งมากที่สุดในห้องเลยก็ว่าได้ ช่วยไม่ก็คนมันน่ารัก อิอิ หลงตัวเองเป็นที่สุด มันแกล้งเพราะฉันอ่อนแอซะมากกว่า

ส้ม พี่นิกมาหา นอยเพื่อนคนนึงในกลุ่มเรียกฉัน

ฉันก็เดินออกมานอกห้อง ขอบอกว่ามาหาฉันที่ห้องเรียนนี่แหละ ก็เพราะว่า พี่นิกคือแฟนของฉันนั่นเอง ความจริงก็ไม่ได้ตั้งใจจะเป็นแฟนหรอกนะ แต่ว่ามันเกิดการเข้าใจผิดกันเล็กน้อย ก็เพราะความบ้าของฉันเองนี่แหละ ก็รณแฟนเก่าของฉันดันไปติดรุ่นพี่ซะนี่ ฉันเห็นเข้าก็เลยประชดโดยการไปติดรุ่นพี่บ้าง คราวนี้หละไม่ใช่ฉันที่ติดหรอกแต่กลายเป็นรุ่นพี่ซะมากกว่าที่ติดฉัน ซวยแล้วมั้ยหละ แล้วไอ้การประชดของฉันมันก็ทำร้ายฉันเองเมื่อมารู้ทีหลังว่าแฟนเก่าของฉันไม่มได้คิดอะไรกับรุ่นพี่คนนั้นเพราะว่าพี่เค้ามีแฟนอยู่แล้ว แล้วก็คบกันมานานแล้วด้วย ส่วนฉันซิ จะทำยังไงต่อไปหละในเมื่อพี่นิกดันชอบฉันแล้ว ฉันก็เลยต้องเลิกกับรณทั้งๆที่รณเพิ่งบอกว่าชอบฉันได้ไม่กี่เดือน

ว่าไงยัยเปา นี่แหละคำทักทายที่ฉันมักได้ยินเป็นประจำเกือบทุกเช้า

อะไร ตอบแค่นี้แล้วฉันก็เงียบ

ก็มาหาเนี่ย พี่นิกก็พูด เหมือนจะพยายามให้ฉันดีใจกับการที่พี่แกมาหาที่ห้อง

เงียบ!!!! ฉันไม่พูดอะไร ความรู้สึกมันเบื่ออ่ะ จะมาหาอะไรแทบทุกวัน แต่จะพูดอะไรก็ไม่ได้ เดี๋ยวก็จะทะเลาะกันไปเปล่าๆ แล้วเราก็จะนั่งเงียบกันแบบนี้เรื่อยๆจนกว่าโรงเรียนจะขึ้น ซึ่งมันจะเป็นอะไรที่ฉันดีใจมาก ตอนนี้ฉันอยู่ม.3แล้ว ใกล้จะจบแล้วด้วย ฉันคบกับพี่นิกตั้งแต่ม.2 กลางๆเทอม 2 ได้มั้ง ก็ถือว่าเป็นแฟนคนแรกที่ฉันสามารถคบได้นานขนาดนี้ ทั้งๆที่ไม่ได้รู้สึกอะไรด้วยเลย ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าฉันคบกับพี่แกมาทำไม แต่ก็เหอะนะเพื่อเพื่อนๆจะได้เลิกด่าฉันซะทีเรื่อฉันชอบแซวเด็กๆ

ฉันกับพี่นิกจะทะเลาะกันเรื่องเด็กของฉันบ่อยๆ พี่ไม่เข้าใจเหรอว่าคนมันหน้าตาดีอ่ะ อิอิ แล้วเมื่อฉันจบม.3 ความสัมพันธ์ของฉันกับพี่นิกก็เริ่มลดน้อยลงทุกที แต่พี่แกจะชอบโทรมาหาบ่อยๆ ส่วนฉันก็มีอารมณ์รำคาญอยู่บ่อยๆเหมือนกัน แล้ววันนึงฉันกับพี่นิกก็ทะเลาะกัน แล้วพี่นิกก็พูดว่า

ส้มจะเลิกกับพี่ใช่มั้ย เออ พูดง่ายๆอย่างนี้ก็ดีซิ ฉันพยายามมาตั้งนานเพื่อให้พี่พูดคำนี้

ใช่ เราเลิกกันเถอะนะ เดี๋ยวพี่นิกก็ต้องไปเรียนที่อื่นเราก็ไม่ได้เจอกันอยู่แล้ว แล้วส้มก็จะตั้งใจเรียนแล้วด้วย ส้มจะไปเรียนในเมืองแล้วนะส้มต้องตั้งใจเรียนให้มาก ไม่มีเวลามาคิดเรื่องของเราหรอก ฉันพูดไปก็ยิ้มไป ก็ดีใจที่ทุกอย่างวันนี้มันจะจบลงแล้วหนะซิ

พี่จะโทรมาหาส้มบ้างได้มั้ย

อย่าเลยพี่ จะจบก็ให้มันจบไปเถอะ ส้มไม่อยากเอาเวลามาคิดกับเรื่องแบบนี้อีกแล้ว นางเอกมั้ยค่ะ ก็ไม่อยากคุยอีกแล้วอ่ะ ก็ต้องแบบนี้ อีกอย่างแม่บอกมาให้พูดแบบนี้ คุณแม่เชียร์ให้เลิกตลอดแหละ

แล้วเรื่องของฉันกับพี่นิกก็จบลงตั้งแต่วันนั้น ส่วนฉันเองนะเหรอ ไม่ได้ตั้งใจเรียนอะไรแบบที่พูดหรอก ก็แค่คำแก้ตัวของนางเอก อิอิ


edit @ 2007/05/07 22:03:21


edit @ 2007/05/07 22:22:46
edit @ 2007/05/07 23:18:54
edit @ 2007/05/08 21:01:58
edit @ 2007/05/08 21:03:26

2007/May/07

จุดเริ่มต้นของชีวิตคนๆนึง

มันคงไม่มีเรื่องราวอะไรมากมายนักหรอก

แต่การอยู่รอดต่อไปนี่ซิ

มันจะต้องเกิดเรื่องราวขึ้นมามากมายแน่นอน

แล้วเรื่องราวที่ทุกคนปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่เคยเกิดขึ้นกับตัวเองก็คือ "ความรัก"

ความรักครั้งแรกของฉันนะเหรอ

มันคงเป็นความรักแบบเด็กๆ จะเรียกว่าความรักได้รึป่าวก็ไม่แน่ใจ

มันเริ่มขึ้นเมื่อตอนที่ฉันอยู่ ป.2 มันเกิดขึ้นกับเพื่อนของฉันเองนี่แหละ

เห็นมั้ย ฉันหลงรักเพื่อนตัวเองตั้งแต่ป.2 เลย น่าสงสารหรือน่าสมเพชก็ไม่รู้

ฉันไม่คิดเลยว่าความรักมันจะเกิดขึ้นง่ายขนาดนี้

ฉันว่าตั้งแต่ฉันเรียนมาฉันยังไม่เคยเห็นหน้ามันเลย แล้วทำไมฉันถึงเพิ่งมาเจอมันหละ

พอเห็นครั้งแรก จะว่าๆฉันหลงรักมันเลยก็ได้

เพราะเห็นแล้วฉันค้างไปพักนึง แล้วมารู้อีกทีฉันกับมันก็อยู่ห้องเดียวกัน

ยอมรับมาฉันตื่นเต้นมากๆ ฉันคงจะรักมันเข้าแล้วจริงซินะ มันชื่อ จา

แล้วฉันก็แสดงอาการจนเพื่อนๆในห้องรู้แล้วล้อกันมาตลอด

ฉันไม่ได้ตั้งใจให้อาการมันออกมาหรอกนะ มันออกมาเองโดยที่ฉันก็ไม่รู้ตัว

แต่ว่ามันก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรกับเราเลย เหมือนว่าจะรังเกียจเราด้วยซ้ำ

แล้วพอจบ ป.2 เรากับมันก็ต้องห่างกันไป เพราะว่าต้องเปลี่ยนห้อง

เราก็คิดว่าเราลืมมันได้แล้ว จนมาถึงวันนึง

วันที่ฉันกำลังจะขึ้น ป.6 แล้วเผอิญว่าชื่อฉันตกจากบอร์ด

ฉันก็เลยไปห้องธุรการ ครูบอกว่าฉันอยู่ห้อง 6

ฉันก็ไปหาครูห้อง 6 แล้วก็บอกว่าชื่อหนูตกค่ะ แต่ครูกลับให้ฉันเลือกห้องอยู่เอง

ฉันเกือบจะเลือกอยู่ห้อง 7 อยู่แล้วเพราะว่าเพื่อนของฉันส่วนใหญ่อยู่ห้อง 7

แล้วเพื่อนที่คอยแต่แกล้งฉันมาตลอดก็อยู่ห้อง 6 ด้วย

แต่..พอดีว่าฉันเหลือบไปเห็นมัน คนนั้น (จา)

ฉันไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น คิดแต่ว่าอยากจะอยู่ห้องเดียวกับมัน

ฉันจึงตัดสินใจบ้าๆลงไป คือเลือกที่จะอยู่ห้อง 6

ฉันเลือกที่จะนั่งหลังห้อง เพราะฉันไม่ค่อยตั้งใจเรียนซักเท่าไหร่

แต่มันคงเป็นอะไรที่บังเอิญที่มันก็เลือกที่จะนั่งหลังห้องเหมือนกัน

แต่ว่ามันนั่งแถวหน้าฉันแถวนึง แต่ก็นั่งตรงกับฉันแหละ

คราวนี้ฉันเก็บอาการได้แนบเนียนมาก ไม่มีเพื่อนคนไหนจับสังเกตได้เลย

แต่ว่ามันก็ทำให้เพื่อนๆล้อ แต่ไม่ได้ล้อฉันกับมันนะ ล้อมันกับเพื่อนข้างฉันต่างหาก

เฮ้อ ฉันนะเหรอ ก็ต้องทำใจไงหละ

แล้วมันก็มีเหตุการณ์นึงเกิดขึ้นที่ทำให้ฉันกับมันได้ใกล้ชิดกันแบบที่ไม่เคยใกล้แบบนี้มาก่อน

ก็คือ.วันนั้นกำลังนั่งเรียนภาษาไทยกันอยู่

แล้วมันก็นึกครึ้มอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้ อยู่ดีๆมันก็หันมา แล้วให้แต่งหน้าให้หน่อย

ก็เพื่อนข้างของฉันมันมีสีระบายน้ำ มันคงอยากจะใช้หละมั้ง

แล้วฉันก็แต่งให้มันด้วยนะ พอแต่งใกล้จะเสร็จครูดันเห็นเข้า

คราวนี้หละได้ขายหน้ากันแน่

พอมันหันไปหาครู เพื่อนๆต่างพากันหัวเราะใหญ่เลย แล้วครูก็ให้มันไปล้างหน้า

พอมันกลับมาก็ต้องมาโดนครูด่าอีก สมน้ำหน้าแล้วมั้ยหละ

นี่แหละ ฉันใกล้มันได้มากที่สุดแค่นี้ และคงไม่มีวันได้ใกล้กันมากกว่านี้แล้ว

และแล้ว วันที่ฉันกับมันและเพื่อนๆต้องแยกจากกันก็มาถึง

ก็วันที่ทุกคนจบ ป.6 ไง

หลังจากวันที่รับประกาศนียบัตรแล้ว ฉันก็ไม่ได้เจอกับมันอีกเลย

ก็ฉันกับมันเรียนคนละโรงเรียนกัน แล้วก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเรียนโรงเรียนอะไร

เพื่อนๆก็ไม่มีใครรู้ข่าวคราวของมันเลย

ฉันกับมัน ก็คงจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วหละ บ๊ายบายนะรักครั้งแรกของฉัน

นี่แหละ รักครั้งแรกของฉัน

แล้วรักครั้งแรกของคุณหละ มันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ คุณยังจำมันได้ดีมั้ย

แล้วความรักครั้งต่อไปของฉันจะเป็นอย่างไร

จะเกิดขึ้นกับใคร

อันนี้ก็ต้องติดตามกันต่อไปนะคะ


edit @ 2007/05/07 19:54:01